วันอาทิตย์ที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2556

กว่าจะเป็น ENDU MAGAZING


           ENDU MAGAZING นิตยสารเพื่อการศึกษาที่สมบูรณ์ที่สุดเล่มแรกของประเทศไทยและนิตยสารเล่มแรกของนายสุดยอด กล่าวที่จะมาเป็น ENDU MAGAZING ได้ เรียกว่าผ่านกระบวนการและขั้นตอนต่างๆนานากันเลยทีเดียว  เริ่มจากการเรียนวิชา ET441"การผลิตสื่อสิ่งพิมพ์"   อาจารย์ได้จับกลุ่มให้ 5คน ซึ่งทุกคนจะมีความสามารถในแต่ละด้านที่แตกต่างกัน เพื่อให้การทำงานมีประสิทธิ์ภาพ ซึ่งทำให้เพื่อนในกลุ่มจะมีบางคนที่ไม่เคยร่วมงานด้วย แต่นั้นก็ไม่ใช้ปัญหาหรืออุปสรรคแต่อย่างใดในการทำงาน เราใช้เวลาเพียงไม่นาน เราก็สนิทกันและร่วมงานร่วมแรงร่วมใจกันทำนิตยสารเล่มนี้ออกมาได้สำเสร็จ โดยเราจะมีวิธีการทำงานโดยแบ่งหน้าที่กันทำงาน ทุกคนจะต้องมีการเขียนคอลัมน์เป็นของตัวเองในคอลัมน์สัมภาษณ์และอีกหลายๆคอลัมน์ที่เราต้องลงพื้นที่เพื่อสัมภาษณ์และเก็บข้อมูลร่วมกันทั้งหมดภายในกลุ่ม นอกจากได้เขียนคอลัมน์ที่รับหน้าที่ของแต่ละคนแล้ว เราก็จะต้องรับหน้าที่ในส่วนที่แต่ละคนถนัดด้วย อย่างตัวของนายสุดยอดถนัดในเรื่องการถ่ายภาพ ก็จะเป็นช่างภาพประจำนิตยสารเล่มนี้ ภาพใน  ENDU MAGAZING 99% จะเป็นภาพที่นายสุดยอดถ่ายเอง แล้วก็ช่วยเพื่อนในการทำกราฟิก จากนั้นก็จะส่งให้เพื่อนที่เป็นบรรณาธิการในการจัดรูปเล่ม นิตยสารของเราเล่มนี้สิ่งท้ายสุดที่พวกทำเสร็จก่อนจะส่งโรงพิมพ์คือ นั่งคิดชื่อนิตยสารกัยอยู่นาน เนื้อหาข้างในทุกสิ่งอย่างเสร็จแล้ว กว่าจะได้ชื่อนี้ " ENDU MAGAZING " มา เป็นอะไรที่ยากเราคิดกันตั้งแต่ก่อนเริ่มที่จะทำเนื้อหาข้างในเสียอีก แต่ก็ไม่ได้ชื่อที่เหมาะสมสักที จนปิดเล่มเนื้อข้างในเสร็จสิ้นแล้วก็ยังไม่ได้ชื่อ จนในที่สุดนาทีสุดท้ายวันสุดท้ายที่จะต้องเข้าโรงพิมพ์ ชื่อนี้ก็ปรากฎขึ้นมาในความคิด ซึ่งเราแปลงมาจาก Education+Entertainment เป็น Endutainment Magazine เพราะในเนื้อหาของเรานอกจากการศึกษาแล้วยังมีการนำเนื้อหาบันเทิง หรือการศึกษาเพื่อความบันเทิง มาผสมผสานใส่ลงในนิตยสารเล่มนี้ เพื่อให้เกิดความผ่อนคลายและหลากหลายในเรื่องของเนื้อหา แต่ชื่อ  Endutainment Magazine มันยาวไป เราเลยตัดให้สั้นและง่ายต่อการจำเป็น "ENDU MAGAZING" ซึ่งผมคิดว่าเป็นชื่อที่ง่ายต่อการจำ และดูอบอุ่น (เอ็นดู) เหมือนชื่อนี้เราสื่อความหมายไปยังผู้อ่านได้ดี ดูอบอุ่น ดูแลซึ่งกันและกัน และความผูกพันระหว่างผู้จัดทำกับผู้อ่าน เอ็นดูๆดูแลกันดี ชื่อนี้จึงโดนใจพวกเราทุกคนและจึงเลือกชื่อนี้  ENDU MAGAZING มาเป็นชื่อนิตยสารเพื่อการศึกษาของพวกเรา



          การทำงานกลุ่มนิตยสารครั้งนี้ ผมรู้สึกถึงความเป็นทีมและความร่วมไม้ร่วมมือ ช่วยเหลือกันของพวกเราภายในกลุ่มเป็นอย่างมาก เรามีการลงพื้นที่สัมภาษณ์ด้วยกันและหาข้อมูลทำนิตยสารเล่มนี้ใช้เวลาร่วมกันตั้ง 2 เดือนกว่า เมื่อข้อมูลพร้อมก็นัดเจอกันทำงานด้วยกันจนดึกจนดื่น มืดค่ำไม่ได้หลับได้นอนกันเป็นสัปดาห์ จนทำให้ข้าพเจ้าก็รู้สึกผูกพันและอยากทำงานร่วมกันอีก เพราะข้าพเจ้ารู้สึกว่า ข้าพเจ้าได้ทีม ที่มีทั้งประสิทธิ์ภาพ ความสามารถ  ความร่วมไม้ร่วมมือ รู้สึกถึงความเป็นทีม เพื่อวัตถุเดียวกันคือ งานออกมามีประสิทธิ์และสัมฤทธิ์ผล ซึ่งก็แสดงให้เห็นใน "ENDU MAGAZING"


                                                 

วันอังคารที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2556

สื่อสิ่งพิมพ์ที่ได้รับรางวัล

           หากจะพูดถึงสื่อสิ่งพิมพ์ในยุคปัจจุบัน จะมีความหลากหลายเป็นอย่างมาก เนื่องจากนวัตกรรมและเทคโนโลยีในยุคปัจจุบันพัฒนา ฉะนั้นสิ่งพิมพ์ต่างๆจึงมีรูปแบบที่ดูน่าสนใจ ดึงดูดใจมากยิ่งขึ้น และถูกใช้ในวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกัน เช่น สื่อสิ่งพิมพ์ที่ถูกใช้ในด้านการโฆษณาประชาสัมพันธ์ สื่อสิ่งพิมพ์ที่ถูกใช้ในด้านการให้ความรู้ หรือบางสื่อสิ่งพิมพ์ก็ถูกใช้ในหลายๆวัตถุประสงค์ ส่วนสื่อสิ่งพิมพ์ที่นายสุดยอด จะมานำเสนอวันนี้เป็นสื่อสิ่งพิมพ์ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อโฆษณาประชาสัมพันธ์บริษัท แต่มีความพิเศษคือ สื่อสิ่งพิมพ์ชิ้นนี้ ได้รับรางวัลจากงานประกวดสิ่งพิมพ์แห่งชาติครั้งที่ 6 (ุ 6 Thai Print Awards 2011) ของสมาคมการพิมพ์ไทย ในหมวด งานพิมพ์เพื่อประชาสัมพ์บริษัทหรือผลิตภัณฑ์ในอุตสาหกรรมการพิมพ์


       โดยในวันนี้เราจะมาดูในเรื่องของการออกแบบสื่อสิ่งพิมพ์ที่ได้นำเสนอกันนะครับ ว่ามีการออกแบบได้น่าสนใจและดึงดูดขนาดไหน เรื่องจากสื่อสิ่งพิมพ์นี้เป็นสื่อสิ่งพิมพ์เพื่อโฆษณาประชาสัมพันธ์ของบริษัทปูนซีเมนต์ไทยหรือSCG เป็นปฏิทินแบบตั้งโต๊ะ มีการออกแบบที่สวยงาม และมีการสื่อความหมายโดยนัยได้ดี มีการดีไซด์ก่อนจะตั้งปฏิทิน เป็นเหมือนหูจับสองข้างเพื่อจะได้ง่ายต่อการถือและเมื่อพอจับตั้งแล้วส่วนหูจับก็จะกลายเป็นฐานของปฏิทิน มีการใช้ตัวหนังสือภาษาอังกฤษที่ว่า Fulfill แปลว่าเติมเต็ม  ประกอบกับใช้ตัวหนังสือสี่เขียว สื่อความหมายโดยในว่า เป็นการอนุรักษ์ธรรมชาติ มีการเล่นตัวอักษรที่ตัว i โดยการใช้กระดาษคาดอีกที วัตถุประสงค์ เพื่อ มัดหน้าต่างๆของปฏิทินเอาไว้ และยังเป็นการเล่นตัวอักษรอีกต่างหาก ทำให้ตัว i นูนขึ้นมาเกิดเป็นจุดเด่น ไม่น่าเบื่อ ส่วนข้างในของปฏิทินก็เป็นภาพวาดเกี่ยวกับการอนุรักษ์ธรรมชาติ
      เราจะเห็นได้ว่าการออกแบบปฏิทินของบริษัทSCGนั้นเป็นการออกแบบที่สวยงามและสามารถสื่อความหมายได้ด้วย ทุกๆส่วนมีความสัมพันธ์กันและสามารถอธิบายได้อย่างชัดเจน ซึ่งเหมาะสมแล้วที่สื่อสิ่งพิมพ์ชิ้นนี้จะได้รับรางวัล

วันอาทิตย์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2555

"หนังสือพิมพ์" สิ่งพิมพ์ที่ทรงอิทธิพล

     สวัสดีเพื่่อนๆวันนี้นายสุดยอดจะมาอธิบายให้เพื่อนๆเข้าใจว่าทำไมหนังสือพิมพ์จึงเป็นสื่อสิ่งพิมพ์ที่มีอิทธิพลต่อความเชื่อของคนในสังคมมากมายขนาดนี้
         หนังสือเป็นสื่อสิ่งพิมพ์ที่เป็นสื่อมวลชนประเภทหนึ่ง ที่มีลักษณะเฉพาะตัว นั้นคือ มีเนื้อหาส่วนใหญ่เน้นหนักในเรื่องของการรายงานข่าว และเหตุการณ์ที่กำลังเป็นที่สนใจของคนในสังคม มีความหลากหลายในเนื้อหา ไม่เน้นเฉพาะเรื่องใดเรื่องหนึ่ง นอกจากนี้หนังสือพิมพ์จะต้องพิมพ์เป็นรายประจำแน่นนอนสม่ำเสมอ อาจเป็นรายวันหรือรายสัปดาห์ก็ได้ และพิมพ์เผยแพร่สู่สาธารณชนจำนวนมาก ๆ เปิดโอกาสให้คนซื้ออ่านได้ ปัจจุบันนี้มีหนังสือพิมพ์รายวันภาษาไทยอยู่หลายฉบับ เช่น ไทยรัฐ เดลินิวส์ คนชัดลึก มติชน ข่าวสด สยามกีฬารายวัน ฯลฯ ส่วนหนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษได้แก่ บางกอกโพสต์ เดอะเนชั่น ฯลฯ นอกจากนี้ยังมีหนังสือพิมพ์ประเภทธุรกิจอีกหลายฉบับ เช่น ฐานเศรษฐกิจ ประชาชาติธุรกิจ ผู้จัดการ ฯลฯ และยังมีหนังสือพิมพ์ในส่วนภูมิภาคที่พิมพ์เผยแพร่เฉพาะในบางจังหวัดอีกกเป็นจำนวนมาก
หนังสือพิมพ์หัวสีของไทย
     สาเหตุที่ทำให้หนังสือพิมพ์สามารถมีอิทธิ์พลต่อคนในสังคมได้มากมาย ตามความคิดเห็นของนายสุดยอด มีความคิดเห็นว่า เนื่องจากหนังสือพิมพ์สามารถเข้าถึงได้มากและทุกชนชั้น และได้อย่างรวดเร็ว ทุกๆวัน คนจึงเสพข่าวจากหนังสือพิมพ์ทุกๆวัน จนเกิดความเคยชิด และเชื่อในที่สุด อีกทั้งการเขียนหรือการพาดหัวข่าวก็เป็นที่หน้าสนใจ ใช้คำที่ให้ความรู้สึกที่คนอ่านได้ดี
   
ตัวอย่างการพาดหัวข่าว ของหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
"แดงไซเบอร์จวกเละตั๊กบงกชโพสต์ซ้ำเติมอากง" หนังสือพิมพ์จะมีคำบางคำที่เป็นลักษณะเฉพาะที่ไม่มีความหมายเมื่ออยู่คำเดี่ยว แต่จะเป็นคำที่สามารถให้ความสนใจกับคนอ่านได้ดี และจะมีความหมายเมื่ออ่านครบทั้งบริบท เช่นคำว่า"จวก" "เละ" ซึ่งเป็นคำที่ให้ความสนใจต่อคนอ่านได้ดี ทำให้คนอ่านต้องเข้าไปอ่านเนื้อหาด้านในเพื่อเพิ่งความเข้าใจ 
      และด้วยสาเหตุที่หนังสือพิมพ์สามารถเข้าถึงคนอ่านได้มาก และคนทุกชนชั้นอ่านกัน อีกทั้งการพาดหัวของหนังสือพิมพ์มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว จึงทำให้เป็นที่สนใจและได้รับความนิยมจากคนในสังคม จึงทำให้หนังสือพิมพ์เป็นสื่อสิ่งพิมพ์ที่สามารถมีอิทธิพลต่อคนในสังคมอย่างมาก
    

วันอังคารที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

ด้านดีๆของชีวิต ต้องโค๊ก

                   สวัสดีกันอีกครั้งเพื่อนๆทุกคน วันนี้นายสุดยอดจะวิเคราะห์กับโฆษณาสิ่งพิมพ์ที่นายสุดยอดชื่นชอบ เราเคยได้ยินสโลแกนที่ว่า "เลือก "โค๊ก" ด้านดีๆของชีวิต" ไหม ใช้แล้ว วันนีี้สิ่งพิมพ์ที่นายสุดยอดจะนำมาวิเคราะห์ก็คือ โปสเตอร์โฆษณาของ โค๊ก หรือโคคาโคล่า นั้นเองล่ะครับ

                 
                    สิ่งพิมพ์โฆษณาโค๊ก ชุดนี้ มีความโดดเด่น ความคิดเห็นของนายสุดยอดเอง คิดว่า ผู้ผลิตต้องการที่จะจับกลุ่มเป้าหมายที่เป็นวัยรุ่น เพราะมีการวิจัยออกมาว่า กลุ่มวัยรุ่นส่วนใหญ่ชอบสีที่ดูร้อนแรง จัดจ้าน สีสันสวยงาม สิ่งพิมพ์ชุดนี้เลยมีสีที่ดูจัดจ้าน สดใส่ เพราะกลุ่มเป้าหมายคือวัยรุ่น
                    ในส่วนของเรื่องการออกแบบจัดอยู่ว่าดีมากๆทั้งในเรื่องของการวาง lay out และการสื่อความหมาย โดยการใช้สีพื้นหลังสีแดง เพื่อแสดงถึงความร้อนแรง มีการสื่อความหมายด้วยภาพและตัวหนังสือ รูปภาพที่ออกมาจากปากขวดของโค๊ก เป็นภาพของคนเล่นดนตรีอย่างสนุกสุดมันสีสันสวยงาม สื่อความหมายว่า เมื่อเพื่อนได้ดื่มโค๊กแล้ว จะมีความสดชื่น สนุกสนาน เหมาะสำหรับการสังสรรค์ ปาร์ตี้ ในส่วนของตัวหนังสือก็ใช้คำสั้นๆ ที่ว่า "เลือก โค๊ก ด้านดีๆของชีวิต" แต่สามารถสื่อความหมายของตัวโค๊กได้ดีมากๆ เป็นการใช้คำสั้นๆเข้าใจง่าย สื่อความหมายได้สุดยอด เหมือนเป็นสโลแกน เพื่อให้คนจดจำได้ง่าย
                   สิ่งพิมพ์โฆษณาโค๊ก ชุดนี้เมื่อได้เห็นจะทำให้เพื่อน สะดุดตา สะดุดใจ จริงล่ะครับ เพราะด้วยทั้งการออกแบบ การวาง lay out ที่เหมาะสมสะดุดตา การเลือกสีสันที่สดใจ จัดจ้าน และการสื่อความหมายได้ดีเยี่ยม เรียกว่า ตอบโจทย์วัยรุ่นหรือขาโจ๋ ได้ดีทีเดียว

วันอังคารที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

หนังสือโดนใจต้องอ่าน "อ่านแล้วรวยนะขอบอกๆ"

              สวัสดีครับเพื่อนๆพี่ๆน้องๆ วันนี้นายสุดยอดจะขอเสนอหนังสือดีๆ ที่จะทำให้ทุกท่านรวยยย เมื่อทุกท่านอ่านจบและทำตามหนังสือ บอกได้เลยว่ารวย100% ซึ่งหนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือที่นายสุดยอดได้อ่านจบหลายต่อหลายรอบแล้ว ตอนนี้พยายามทำตามหนังสือและกำลังจะรวยยย
 หนังสือเล่มนี้ชื่อว่า
"หุ้น 5 เด้ง penny stock " จะบอกว่านายสุดยอดได้ไปตอนงานเปิดตัวหนังสือเล่มนี้ที่จัดที่ตลาดหลักทรัพย์ด้วยล่ะ ได้ฟังข้อคิดและวิสัยทัศน์ของผู้เขียน นั้นก็คือ คุณปิยพันธ์ วงศ์ยะรา ซึ่งพอได้ฟังที่คุณปิยพันธ์ พูด ทำให้นายสุดยอดเห็นความเป็นไปได้อย่างแจ่มจัด นั้นคือ รวยแน่ๆ555
              หนังสือ"หุ้น 5 เด้ง penny stock " เป็นหนังสือที่พูดเกี่ยวกับวิธีการลงทุนในหุ้น ในรูปแบบหนึ่งซึ่่งต้องบอกทุกท่านก่อนเลยว่า หนังสือนี้ไม่เหมาะกับผู้ที่ยังเล่นหุ้นไม่เป็นเลยหรือยังไม่มีพื้นฐานด้านหุ้นเลย เพราะในเนื้อหาหนังสือจะเป็นเนื้อหาเฉพาะค่อนข้างจะเหมาะกับคนที่มีพื้นฐานด้านการลงทุนในหุ้นมาบ้างแล้ว ถ้าท่านไม่มีพื้นฐานเลยแล้วมาอ่านท่านจะงงมากๆ ฉะนั้นนายสุดยอดขอแนะนำให้ผู้ที่สนใจในการลงทุนในหุ้นไปหาหนังสือพื้นฐานการเล่นหุ้นอ่านให้มีความรู้พื้นฐานก่อน แล้วจึงมาอ่าน "หุ้น 5 เด้ง penny stock "
               หลายท่านคงสงสัยว่าทำไมต้องอ่าน"หุ้น 5 เด้ง penny stock " และทำไมต้องลงทุนในหุ้น?  นายสุดยอดก็อยากจะถามกลับว่า "ถ้าการลงทุนในหุ้นและการอ่านหนังสือ"หุ้น 5 เด้ง penny stock " มันจะทำให้ทุกท่านรวยได้จริงๆ ท่านจะลงทุนและจะอ่านไหมล่ะครับ?"
                หนังสือ"หุ้น 5 เด้ง penny stock "สิ่งที่นายสุดยอดชอบหนังสือเล่มนี้ คือวิธีการลงทุนในรูปแบบpenny stock จะอธิบายความหมายของ penny stock แบบตรงๆก่อนนะครับ penny stock คือ penny หมายถึง เหรียญpenny คือไม่ถึง 1 $ stock หมายถึง หุ้น penny stock หมายถึง หุ้นไม่ถึงบาท , หุ้นไม่เต็มบาท แต่วิธีการลงทุนในหุ้นในรูปแบบ penny stock ในที่นี้คือ การลงทุนในหุ้นที่นะราคาปัจจุบันยังไม่สะท้อนมูลค่าที่แท้จริงของหุ้น ซึ่งมันจะสร้างโอกาสให้นักลงทุนมั่งคั่ง มีกำไรเป็น ร้อยๆพันๆ เท่าตัว และนั้นก็คือความหมายของคำว่า 5 เด้ง จริงๆแล้วในภาษาหุ้น 1 เด้ง ก็คือมีเงินเพิ่มขึ้น100%จากเงินทุนหรือกำไร 100%  จากเงินลงทุนเริ่มต้นหรือ 1 เท่าตัวนั้นเอง ถ้า 5 เด้ง ก็คือ จะมีกำไรเพิ่มขึ้น 500 % จากเงินลงทุนเริ่มต้นหรือ 5 เท่าตัวนั้นเอง แต่5 เด้งในหนังสือเล่มนี้ความหมายเป็นการเปรียบเทียบถึงกำไรมหาศาล เพราะการลงทุนจริงเรามีโอกาสได้มากกว่า 5 เด้งเสียอีก 
                เห็นหรือยังครับทุกท่านว่าทำไมนายสุดยอดถึงได้บอกว่า ถ้าท่านอ่านหนังสือเล่มนี้และสามารถทำตามที่หนังสือบอกได้ ท่านจะรวยๆๆๆๆๆ ก็ดูซิกำไรเป็น ร้อยๆๆเท่าเลยจากเงินลงทุนตั้งต้น  ซึ่งนายสุดยอดกล้าพูดได้เลยตรงนี้ว่า ไม่มีอาชีพหรือธุรกิจไหนบนโลกใบนี้ที่ท่านทำแล้วจะให้ผลตอบแทนหรือกำไร เป็น ร้อยๆเท่า พันๆเท่า ได้อย่างกับการลงทุนในหุ้น ท่านจะเห็นได้จาก ผู้ที่รวยที่สุดในโลกก็เป็นนักลงทุนในหุ้น คือ ท่านวอร์เรน บัฟเฟตต์ มหาเศรษฐีชาวอเมริกาและมหาเศรษฐีอันดับหนึงของโลก(ผู้ที่สนใจสามารถอ่านหนังสือที่เกี่ยวกับวอร์เรน บัฟเฟตต์ ได้นะครับมีเกือบ20เล่มที่แปลเป็นไทยแล้ว) ท่านวอร์เรน บัฟเฟตต์ มีกำไรจากหุ้นแต่ละตัวที่เขาลงทุนไป เป็นหมื่นเท่าตัวเลยนะครับ(รู้ยังว่าทำไมรวยที่สุดในโลก)
                พูดแต่กำไรในการลงทุนในหุ้นไปแล้ว แต่การลงทุนในหุ้นไม่ใช่มีฝั่งกำไรอย่างเดียวนะครับ(เหรียญย่อมมีสองด้านเสมอ) การลงทุนในหุ้นก็มีขาดทุนเช่นกันบางคนก็หมดตัวได้จากหุ้นนะครับ วันนี้มีเงินเป็นร้อยล้าน พรุ่งนี้หุ้นตกท่านอาจจะเหลือเงินไม่ถึงล้านหรือหมดตัวเลยก็ได้นะครับ เพราะฉะนั้นการลงทุนในหุ้นถึงแม้จะมีผลตอบแทนสูงแต่ก็มีความเสียงสูงเช่นกัน ดังคำว่า  "hight risk hight return"
                ฉะนั้นผู้ที่ไม่มีความรู้เกี่ยวกับการเล่นหุ้นเลยแล้วดันมาลงทุนจะเสี่ยงมากเลย(มีสิทธิ์หมดตัว)การลงทุนในหุ้นท่านจะต้องศึกษาข้อมูลให้ดี ขยันอ่านงบการเงิน ศึกษาหาความรู้ด้านการลงทุนหุ้น เพราะเมื่อท่านมีความรู้ มีข้อมูลที่เพียงพอ ท่านจะไม่กลัวที่จะลงทุนในหุ้น แล้วคำว่า "hight risk hight return"ก็จะเปลี่ยนเป็นคำว่า "low risk hight return" แทน
               ขอให้ทุกท่านโชคดีกับการลงทุนในหุ้นและเราจะมีความสุขและรวย ไปด้วยกัน
               สุดท้าย "การลงทุนมีความเสี่ยงผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจลงทุน"

วันอาทิตย์ที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2555

ศูนย์สื่อชวนฝัน

       สวัสดี พ่อแม่พี่น้อง เพื่อนๆ ทุกคนครับ ในวันนี้นายสุดยอด ได้นำเรื่องราวสาระน่ารู้มาฝากทุกๆคนอีกครั้งหนึ่งแล้วนะครับ ส่วนจะเป็นเรื่องอะไรนั้น ตามมาเลยยยยยย
     
       ในวันนี้นายสุดยอด ขอเสนอศูนย์บริการสื่่อทางเทคโนโลยีการศึกษา ที่มีคุณภาพและให้ยืมสื่อสำหรับการเรียนการสอน นั้นคือ ศูนย์บริการสื่อและเทคโนโลยีการศึกษา ของคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ศูนย์นี้ถึงเพิ่งจัดตั้งก็จริง โดยนิสิตชั้นปีที่ 3 เอกเทคโนโลยีสื่อสารการศึกษา และความร่วมมือจากอาจารย์และรุ่นพี่ แต่เรียกว่า เขาไม่ธรรมดา เพราะศูนย์นี้เป็นที่รวบรวมสื่อที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาไว้มากมาย ตั้งแต่เครื่องมือของเก่าแก่ที่ไม่สามารถหาดูที่ไหนได้แล้ว  จนกระทั้งสื่อชุดการเรียนการสอนนับร้อยชิ้นที่รวบรวมให้ท่านๆได้มาใช้ หยิบ ยืมกันได้ตามสะดวกเลยครับ
   
         ในที่นี้นายสุดยอดจะขอยกตัวอย่างวิธีการใช้สื่่อชุดการเรียนการสอน มาให้ท่านผู้อ่าน ได้รับชมในรูปแบบของวีดีโอกันนะครับ...ตามมาเลยยยยย

 
     ได้ชมกันไปแล้วนะครับสำหรับชุดสื่อการเรียนการสอน ที่ชื่อว่า เมฆน้อยลอยไปไหน  นี่เป็นแค่การยกตัวอย่างชุดสื่อการเรียนการสอน เพียง 1 ชิ้นเท่านั้นนะครับ ยังมีอีกเกือบร้อยชิ้น ให้ทุกท่านได้เลือกใช้ เลือกหากันอีก ภายในศูนย์บริการสื่อและเทคโนโลยีการศึกษา
      สำหรับที่ตั้งของศูนย์บริการสื่อและเทคโนโลยีการศึกษาแห่งนี้ อยู่ที่ ห้อง805 ชั้น 8 คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร
เว็บไซต์ของศูนย์ 
http://ectmediacenter.tagoontor.com/index.html
     นายสุดยอดขอแนะนำให้ท่านทั้งหลาย เข้าไปใช้บริการศูนย์สื่อฯกันมากๆนะครับ (ของเขาดีจริงจึงอยากบอกต่อ) เพราะหากวันนี้ท่านๆยังไม่เคยไปใช้บริการกัน พรุ่งนี้ท่านจะคุยกับคนอื่นไม่รู้เรื่องงงง

วันอังคารที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2555

facebook สื่อมหัศจรรย์แห่งศตวรรษที่21


       สวัสดีครับ วันนี้ผมได้มีบทความที่เกี่ยวกับสื่่อและเทคโนโลยีที่จำเป็นต่อการศึกษาในศตวรรษที่21 ซึ่งเป็นปัจจุบันของเรามานำเสนอให้ท่านผู้อ่านได้ทราบกันน่ะครับ!!!      ในปัจจุบันโลกของเราได้กล่าวเข้าสู่ศตวรรษที่21แล้วนะครับท่านทั้งหลาย มีหลายๆคนเรียกศตวรรษนี้ว่า ยุคโลกาภิวัฒน์ เป็นยุคแห่งข้อมูลข่าวสารไร้พรหมแดนและรวดเร็วครับ ซึ่งผมว่ามันเป็นความจริง ทุกอย่างรวดเร็วมากครับ และการสื่อสารทาง Social network หรือสังคมออนไลน์ ได้เข้ามามีความสำคัญในการดำรงชีวิตของมนุษย์ทุกคน โดยเฉพาะสังคมออนไลน์ยอดฮิตสุดฮิปก็ต้องยกนิ้วให้ facebook ของนายมาร์ค ซักเคอร์เบิร์ก ซึ่งมีผู้ใช้งานมากเป็นอันดับหนึ่งของโลก นักศึกษาและครูอาจารย์ก็เป็นหนึ่งในจำนวนผู้ใช้facebook



     ด้วยความสะดวกรวดเร็วในการติดต่อสื่อสารซึ่งเป็นการสื่อสาร 2 ทาง คือ ผู้รับสารและผู้ส่งสารสามารถผู้คุยกันได้ทันทีอีกทั้งแชร์ข้อมูลให้ทุกคนรับรู้ได้ เเละคุณประโยชน์มากมายของเจ้า facebook จึงได้มีการนำสังคมออนไลน์อย่าง facebook มาเป็นสื่อใช้ในการเรียนการสอนในยุคนี้
    โดยการสร้างกลุ่มในfacebookขึ้นมาเพื่อเป็นการสื่อสารกันระหว่างครูผู้สอนกับนักเรียน เมื่อสร้างกลุ่มเสร็จ เราก็ทำการแอดเพื่อนที่เรียนในวิชาเดียวกันแอดอาจารย์ผู้สอน ถึงขั้นตอนนี้เราก็เปรียบเสมือนเราได้ห้องเรียนในclassวิชาใดวิชาหนึ่งแล้ว จากนั้นเราก็สามารถจัดกิจกรรมการเรียนการสอนได้ในทันที ไม่ว่าจะเป็นการพูดคุยกันระหว่างครููกับนักเรียนทุกคน , การแชร์ข้อมูลข่าวสาร , การอัพโหลดรูปที่เกี่ยวกับเนื้อหาวิชา , การอัพโหลดไฟล์เนื้อหาวิชา , การอัพโหลดวีดีโอการเรียนการสอนของคุณครู , การอัพลิงค์ต่างๆ , การส่งงานส่งการบ้านผ่านfacebook และอื่นๆมากมาย ซึ่งทั้งหมดสามารถทำได้ผ่านfacebook  
    ได้รู้ถึงความสำคัญของfacebookในการนำมาใช้กับการศึกษาแล้วนะครับ ต่อไปเรามาสรุปข้อดีข้อพึงระวังกันดีกว่า

ข้อดี
-สื่อสารถึงนักเรียนได้รวดเร็วยิ่งกว่าการใช้อีเมลหรืออีเลิร์นนิ่ง
-ส่งเสริมและกระตุ้นให้นักเรียนได้แบ่งปันความรู้ แลกเปลี่ยนความคิดเห็นได้อย่างทั่วถึงและรวดเร็ว
-นักเรียนมีความสะดวกในการรับรู้ข้อมูลข่าวสาร

ข้อพึงระวัง
-ครูอาจารย์ไม่ควรข้อเป็นเพื่อนกับนักเรียนนักศึกษา เพราะอาจจะทำให้นักศึกษาไม่สบายใจหรือละเมิดสิทธิ์ส่วนบุคคลของนักศึกษา แต่นักศึกษาสามารถขอเป็นเพื่อนกับครูอาจารย์ได้ และให้นักศึกษาคนที่เป็นเพื่อนกับครูอาจารย์เพิ่มเพื่อนที่เรียนในรายวิชาเข้าไปในกลุ่ม

สุดท้ายแล้วถึงแม้ facebook จะมีความสำคัญและเป็นสื่อเทคโนโลยีที่มีความจำเป็น ในเรื่องการจัดการศึกษาในศตวรรษที่21 ก็ตาม แต่การศึกษาในห้องเรียนจริงๆแบบสมัยก่อน ก็ยังเป็นเสน่ห์ของการจัดการศึกษาที่ไม่ควรจะมองข้ามไป เพราะการจัดการศึกษาในห้องเรียนจะทำให้ครูและนักเรียนมีความผูกพันธ์กันแบบศิษย์อาจารย์มากกว่า............



อ้างอิง
http://thumbsup.in.th/2012/02/how-do-universities-use-social-media-successfully/
http://maitree.bus.ubu.ac.th/wordpress/?p=28
http://kruthaicp1.ning.com/profiles/blogs/facebook-1
http://www.slideshare.net/krunapon/ss-7320394