วันอังคารที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

หนังสือโดนใจต้องอ่าน "อ่านแล้วรวยนะขอบอกๆ"

              สวัสดีครับเพื่อนๆพี่ๆน้องๆ วันนี้นายสุดยอดจะขอเสนอหนังสือดีๆ ที่จะทำให้ทุกท่านรวยยย เมื่อทุกท่านอ่านจบและทำตามหนังสือ บอกได้เลยว่ารวย100% ซึ่งหนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือที่นายสุดยอดได้อ่านจบหลายต่อหลายรอบแล้ว ตอนนี้พยายามทำตามหนังสือและกำลังจะรวยยย
 หนังสือเล่มนี้ชื่อว่า
"หุ้น 5 เด้ง penny stock " จะบอกว่านายสุดยอดได้ไปตอนงานเปิดตัวหนังสือเล่มนี้ที่จัดที่ตลาดหลักทรัพย์ด้วยล่ะ ได้ฟังข้อคิดและวิสัยทัศน์ของผู้เขียน นั้นก็คือ คุณปิยพันธ์ วงศ์ยะรา ซึ่งพอได้ฟังที่คุณปิยพันธ์ พูด ทำให้นายสุดยอดเห็นความเป็นไปได้อย่างแจ่มจัด นั้นคือ รวยแน่ๆ555
              หนังสือ"หุ้น 5 เด้ง penny stock " เป็นหนังสือที่พูดเกี่ยวกับวิธีการลงทุนในหุ้น ในรูปแบบหนึ่งซึ่่งต้องบอกทุกท่านก่อนเลยว่า หนังสือนี้ไม่เหมาะกับผู้ที่ยังเล่นหุ้นไม่เป็นเลยหรือยังไม่มีพื้นฐานด้านหุ้นเลย เพราะในเนื้อหาหนังสือจะเป็นเนื้อหาเฉพาะค่อนข้างจะเหมาะกับคนที่มีพื้นฐานด้านการลงทุนในหุ้นมาบ้างแล้ว ถ้าท่านไม่มีพื้นฐานเลยแล้วมาอ่านท่านจะงงมากๆ ฉะนั้นนายสุดยอดขอแนะนำให้ผู้ที่สนใจในการลงทุนในหุ้นไปหาหนังสือพื้นฐานการเล่นหุ้นอ่านให้มีความรู้พื้นฐานก่อน แล้วจึงมาอ่าน "หุ้น 5 เด้ง penny stock "
               หลายท่านคงสงสัยว่าทำไมต้องอ่าน"หุ้น 5 เด้ง penny stock " และทำไมต้องลงทุนในหุ้น?  นายสุดยอดก็อยากจะถามกลับว่า "ถ้าการลงทุนในหุ้นและการอ่านหนังสือ"หุ้น 5 เด้ง penny stock " มันจะทำให้ทุกท่านรวยได้จริงๆ ท่านจะลงทุนและจะอ่านไหมล่ะครับ?"
                หนังสือ"หุ้น 5 เด้ง penny stock "สิ่งที่นายสุดยอดชอบหนังสือเล่มนี้ คือวิธีการลงทุนในรูปแบบpenny stock จะอธิบายความหมายของ penny stock แบบตรงๆก่อนนะครับ penny stock คือ penny หมายถึง เหรียญpenny คือไม่ถึง 1 $ stock หมายถึง หุ้น penny stock หมายถึง หุ้นไม่ถึงบาท , หุ้นไม่เต็มบาท แต่วิธีการลงทุนในหุ้นในรูปแบบ penny stock ในที่นี้คือ การลงทุนในหุ้นที่นะราคาปัจจุบันยังไม่สะท้อนมูลค่าที่แท้จริงของหุ้น ซึ่งมันจะสร้างโอกาสให้นักลงทุนมั่งคั่ง มีกำไรเป็น ร้อยๆพันๆ เท่าตัว และนั้นก็คือความหมายของคำว่า 5 เด้ง จริงๆแล้วในภาษาหุ้น 1 เด้ง ก็คือมีเงินเพิ่มขึ้น100%จากเงินทุนหรือกำไร 100%  จากเงินลงทุนเริ่มต้นหรือ 1 เท่าตัวนั้นเอง ถ้า 5 เด้ง ก็คือ จะมีกำไรเพิ่มขึ้น 500 % จากเงินลงทุนเริ่มต้นหรือ 5 เท่าตัวนั้นเอง แต่5 เด้งในหนังสือเล่มนี้ความหมายเป็นการเปรียบเทียบถึงกำไรมหาศาล เพราะการลงทุนจริงเรามีโอกาสได้มากกว่า 5 เด้งเสียอีก 
                เห็นหรือยังครับทุกท่านว่าทำไมนายสุดยอดถึงได้บอกว่า ถ้าท่านอ่านหนังสือเล่มนี้และสามารถทำตามที่หนังสือบอกได้ ท่านจะรวยๆๆๆๆๆ ก็ดูซิกำไรเป็น ร้อยๆๆเท่าเลยจากเงินลงทุนตั้งต้น  ซึ่งนายสุดยอดกล้าพูดได้เลยตรงนี้ว่า ไม่มีอาชีพหรือธุรกิจไหนบนโลกใบนี้ที่ท่านทำแล้วจะให้ผลตอบแทนหรือกำไร เป็น ร้อยๆเท่า พันๆเท่า ได้อย่างกับการลงทุนในหุ้น ท่านจะเห็นได้จาก ผู้ที่รวยที่สุดในโลกก็เป็นนักลงทุนในหุ้น คือ ท่านวอร์เรน บัฟเฟตต์ มหาเศรษฐีชาวอเมริกาและมหาเศรษฐีอันดับหนึงของโลก(ผู้ที่สนใจสามารถอ่านหนังสือที่เกี่ยวกับวอร์เรน บัฟเฟตต์ ได้นะครับมีเกือบ20เล่มที่แปลเป็นไทยแล้ว) ท่านวอร์เรน บัฟเฟตต์ มีกำไรจากหุ้นแต่ละตัวที่เขาลงทุนไป เป็นหมื่นเท่าตัวเลยนะครับ(รู้ยังว่าทำไมรวยที่สุดในโลก)
                พูดแต่กำไรในการลงทุนในหุ้นไปแล้ว แต่การลงทุนในหุ้นไม่ใช่มีฝั่งกำไรอย่างเดียวนะครับ(เหรียญย่อมมีสองด้านเสมอ) การลงทุนในหุ้นก็มีขาดทุนเช่นกันบางคนก็หมดตัวได้จากหุ้นนะครับ วันนี้มีเงินเป็นร้อยล้าน พรุ่งนี้หุ้นตกท่านอาจจะเหลือเงินไม่ถึงล้านหรือหมดตัวเลยก็ได้นะครับ เพราะฉะนั้นการลงทุนในหุ้นถึงแม้จะมีผลตอบแทนสูงแต่ก็มีความเสียงสูงเช่นกัน ดังคำว่า  "hight risk hight return"
                ฉะนั้นผู้ที่ไม่มีความรู้เกี่ยวกับการเล่นหุ้นเลยแล้วดันมาลงทุนจะเสี่ยงมากเลย(มีสิทธิ์หมดตัว)การลงทุนในหุ้นท่านจะต้องศึกษาข้อมูลให้ดี ขยันอ่านงบการเงิน ศึกษาหาความรู้ด้านการลงทุนหุ้น เพราะเมื่อท่านมีความรู้ มีข้อมูลที่เพียงพอ ท่านจะไม่กลัวที่จะลงทุนในหุ้น แล้วคำว่า "hight risk hight return"ก็จะเปลี่ยนเป็นคำว่า "low risk hight return" แทน
               ขอให้ทุกท่านโชคดีกับการลงทุนในหุ้นและเราจะมีความสุขและรวย ไปด้วยกัน
               สุดท้าย "การลงทุนมีความเสี่ยงผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจลงทุน"

วันอาทิตย์ที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2555

ศูนย์สื่อชวนฝัน

       สวัสดี พ่อแม่พี่น้อง เพื่อนๆ ทุกคนครับ ในวันนี้นายสุดยอด ได้นำเรื่องราวสาระน่ารู้มาฝากทุกๆคนอีกครั้งหนึ่งแล้วนะครับ ส่วนจะเป็นเรื่องอะไรนั้น ตามมาเลยยยยยย
     
       ในวันนี้นายสุดยอด ขอเสนอศูนย์บริการสื่่อทางเทคโนโลยีการศึกษา ที่มีคุณภาพและให้ยืมสื่อสำหรับการเรียนการสอน นั้นคือ ศูนย์บริการสื่อและเทคโนโลยีการศึกษา ของคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ศูนย์นี้ถึงเพิ่งจัดตั้งก็จริง โดยนิสิตชั้นปีที่ 3 เอกเทคโนโลยีสื่อสารการศึกษา และความร่วมมือจากอาจารย์และรุ่นพี่ แต่เรียกว่า เขาไม่ธรรมดา เพราะศูนย์นี้เป็นที่รวบรวมสื่อที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาไว้มากมาย ตั้งแต่เครื่องมือของเก่าแก่ที่ไม่สามารถหาดูที่ไหนได้แล้ว  จนกระทั้งสื่อชุดการเรียนการสอนนับร้อยชิ้นที่รวบรวมให้ท่านๆได้มาใช้ หยิบ ยืมกันได้ตามสะดวกเลยครับ
   
         ในที่นี้นายสุดยอดจะขอยกตัวอย่างวิธีการใช้สื่่อชุดการเรียนการสอน มาให้ท่านผู้อ่าน ได้รับชมในรูปแบบของวีดีโอกันนะครับ...ตามมาเลยยยยย

 
     ได้ชมกันไปแล้วนะครับสำหรับชุดสื่อการเรียนการสอน ที่ชื่อว่า เมฆน้อยลอยไปไหน  นี่เป็นแค่การยกตัวอย่างชุดสื่อการเรียนการสอน เพียง 1 ชิ้นเท่านั้นนะครับ ยังมีอีกเกือบร้อยชิ้น ให้ทุกท่านได้เลือกใช้ เลือกหากันอีก ภายในศูนย์บริการสื่อและเทคโนโลยีการศึกษา
      สำหรับที่ตั้งของศูนย์บริการสื่อและเทคโนโลยีการศึกษาแห่งนี้ อยู่ที่ ห้อง805 ชั้น 8 คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร
เว็บไซต์ของศูนย์ 
http://ectmediacenter.tagoontor.com/index.html
     นายสุดยอดขอแนะนำให้ท่านทั้งหลาย เข้าไปใช้บริการศูนย์สื่อฯกันมากๆนะครับ (ของเขาดีจริงจึงอยากบอกต่อ) เพราะหากวันนี้ท่านๆยังไม่เคยไปใช้บริการกัน พรุ่งนี้ท่านจะคุยกับคนอื่นไม่รู้เรื่องงงง

วันอังคารที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2555

facebook สื่อมหัศจรรย์แห่งศตวรรษที่21


       สวัสดีครับ วันนี้ผมได้มีบทความที่เกี่ยวกับสื่่อและเทคโนโลยีที่จำเป็นต่อการศึกษาในศตวรรษที่21 ซึ่งเป็นปัจจุบันของเรามานำเสนอให้ท่านผู้อ่านได้ทราบกันน่ะครับ!!!      ในปัจจุบันโลกของเราได้กล่าวเข้าสู่ศตวรรษที่21แล้วนะครับท่านทั้งหลาย มีหลายๆคนเรียกศตวรรษนี้ว่า ยุคโลกาภิวัฒน์ เป็นยุคแห่งข้อมูลข่าวสารไร้พรหมแดนและรวดเร็วครับ ซึ่งผมว่ามันเป็นความจริง ทุกอย่างรวดเร็วมากครับ และการสื่อสารทาง Social network หรือสังคมออนไลน์ ได้เข้ามามีความสำคัญในการดำรงชีวิตของมนุษย์ทุกคน โดยเฉพาะสังคมออนไลน์ยอดฮิตสุดฮิปก็ต้องยกนิ้วให้ facebook ของนายมาร์ค ซักเคอร์เบิร์ก ซึ่งมีผู้ใช้งานมากเป็นอันดับหนึ่งของโลก นักศึกษาและครูอาจารย์ก็เป็นหนึ่งในจำนวนผู้ใช้facebook



     ด้วยความสะดวกรวดเร็วในการติดต่อสื่อสารซึ่งเป็นการสื่อสาร 2 ทาง คือ ผู้รับสารและผู้ส่งสารสามารถผู้คุยกันได้ทันทีอีกทั้งแชร์ข้อมูลให้ทุกคนรับรู้ได้ เเละคุณประโยชน์มากมายของเจ้า facebook จึงได้มีการนำสังคมออนไลน์อย่าง facebook มาเป็นสื่อใช้ในการเรียนการสอนในยุคนี้
    โดยการสร้างกลุ่มในfacebookขึ้นมาเพื่อเป็นการสื่อสารกันระหว่างครูผู้สอนกับนักเรียน เมื่อสร้างกลุ่มเสร็จ เราก็ทำการแอดเพื่อนที่เรียนในวิชาเดียวกันแอดอาจารย์ผู้สอน ถึงขั้นตอนนี้เราก็เปรียบเสมือนเราได้ห้องเรียนในclassวิชาใดวิชาหนึ่งแล้ว จากนั้นเราก็สามารถจัดกิจกรรมการเรียนการสอนได้ในทันที ไม่ว่าจะเป็นการพูดคุยกันระหว่างครููกับนักเรียนทุกคน , การแชร์ข้อมูลข่าวสาร , การอัพโหลดรูปที่เกี่ยวกับเนื้อหาวิชา , การอัพโหลดไฟล์เนื้อหาวิชา , การอัพโหลดวีดีโอการเรียนการสอนของคุณครู , การอัพลิงค์ต่างๆ , การส่งงานส่งการบ้านผ่านfacebook และอื่นๆมากมาย ซึ่งทั้งหมดสามารถทำได้ผ่านfacebook  
    ได้รู้ถึงความสำคัญของfacebookในการนำมาใช้กับการศึกษาแล้วนะครับ ต่อไปเรามาสรุปข้อดีข้อพึงระวังกันดีกว่า

ข้อดี
-สื่อสารถึงนักเรียนได้รวดเร็วยิ่งกว่าการใช้อีเมลหรืออีเลิร์นนิ่ง
-ส่งเสริมและกระตุ้นให้นักเรียนได้แบ่งปันความรู้ แลกเปลี่ยนความคิดเห็นได้อย่างทั่วถึงและรวดเร็ว
-นักเรียนมีความสะดวกในการรับรู้ข้อมูลข่าวสาร

ข้อพึงระวัง
-ครูอาจารย์ไม่ควรข้อเป็นเพื่อนกับนักเรียนนักศึกษา เพราะอาจจะทำให้นักศึกษาไม่สบายใจหรือละเมิดสิทธิ์ส่วนบุคคลของนักศึกษา แต่นักศึกษาสามารถขอเป็นเพื่อนกับครูอาจารย์ได้ และให้นักศึกษาคนที่เป็นเพื่อนกับครูอาจารย์เพิ่มเพื่อนที่เรียนในรายวิชาเข้าไปในกลุ่ม

สุดท้ายแล้วถึงแม้ facebook จะมีความสำคัญและเป็นสื่อเทคโนโลยีที่มีความจำเป็น ในเรื่องการจัดการศึกษาในศตวรรษที่21 ก็ตาม แต่การศึกษาในห้องเรียนจริงๆแบบสมัยก่อน ก็ยังเป็นเสน่ห์ของการจัดการศึกษาที่ไม่ควรจะมองข้ามไป เพราะการจัดการศึกษาในห้องเรียนจะทำให้ครูและนักเรียนมีความผูกพันธ์กันแบบศิษย์อาจารย์มากกว่า............



อ้างอิง
http://thumbsup.in.th/2012/02/how-do-universities-use-social-media-successfully/
http://maitree.bus.ubu.ac.th/wordpress/?p=28
http://kruthaicp1.ning.com/profiles/blogs/facebook-1
http://www.slideshare.net/krunapon/ss-7320394

วันอังคารที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

มาดูกันศูนย์สื่อที่ดีเป็นอย่างไง?

    หลายๆคนคงมีความสงสัยว่า ศูนย์สื่อนั้นคืออะไร มีหน้าที่อะไร แล้วมันเกี่ยวข้องอะไรในชีวิตเราหรือปล่าว ทำไมต้องรู้ด้วย แล้วศูนย์สื่อที่ดีล่ะหน้าตาเป็นอย่างไรหว่า??? ได้เวลาไปหาคำตอบกันแล้วครับ

เรามารู้จักความสำคัญกันก่อนเลย..
    ศูนย์บริการสื่อและเทคโนโลยีการศึกษา คือหน่วยงานที่มีหน้าที่ดูแลรับผิดชอบการผลิต และจัดหาสื่อต่าง ๆ  
เพื่อพัฒนาการเรียนการสอนและส่งเสริมสู่ความเป็นเลิศทางวิชาการ  โดยมีหน้าที่สนับสนุนด้านการเรียนการสอน และการบริหารของมหาวิทยาลัย โดยให้บริการด้านการใช้โสตทัศนูปกรณ์ประเภทต่าง ๆ โดยสรุปหน้าที่ความสำคัญได้ดังนี้ 

          - ควบคุมดูแลให้ศูนย์ บริการสื่่อและเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการศึกษา เป็นศูนย์กลางของการผลิตสื่อทุกประเภท                                                                                      
          - ให้บริการผลิตสื่อการสอนด้านสื่อโสตทัศนวัสดุ และสื่อสิ่งพิมพ์ รวมทั้งงานด้านกราฟิก
          - ให้บริการด้านวิชาการแก่บุคลากรของมหาวิทยาลัย  พร้อมทั้งให้คำปรึกษา แนะนำ และฝึกทักษะการใช้โสตทัศนูปกรณ์
           - เก็บรักษาต้นฉบับสื่อทุกประเภท  เพื่อเป็นต้นฉบับในการทำสำเนาไปใช้งานยังศูนย์บรรณสารสนเทศ
           -  จัดโครงการพัฒนาและฝึกทักษะด้านการผลิตสื่อและเทคนิคการนำเสนอสื่อการสอน โดยเน้นการบริหารเสน่ห์ในการนำเสนอ หรือจริตวิทยาต่าง ๆ เพื่อเพิ่มประสบการณ์ตรงให้กับคณาจารย์   และบุคลากร ทั้งหมดของมหาวิทยาลัย               
          - รวบรวมรายงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับสื่อและการสอนแบบต่าง ๆ เพื่อเป็นข้อมูลทางวิชาการให้แก่คณาจารย์ และบุคลากรของมหาวิทยาลัย 

อ่านมาถึงตรงนี้ท่านผู้อ่านบทคาวมนี้คงจะรู้จักเกี่ยวกับหน้าที่และความสำคัญของศูนย์สื่อเทคโนโลยีการศึกษากันแล้ว  แต่เพื่อให้ท่านผู้อ่านได้เข้าใจเพิ่มมากขึ้นและมองเห็นภาพได้ชัดขึ้นผมขอยกตัวอย่างศูนย์สื่อเทคโนโลยีที่เป็นศูนย์สื่อที่ดีมีระบบการจัดการที่ดีและเกี่ยวข้องกับการศึกษาของมหาวิทยาลัยมาให้สัก 1 แห่งครับ
 นั่นคือ 
             " ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน " 

                        การบริการของศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน นั้นมีหน้าที่ดูแลระบบสารสนเทศโดยรวมทั้งหมดของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน และบริการด้านสารสนเทศต่างๆให้แก่บุคคลากร นิสิต/นักศึกษา และผู้ที่เกี่ยวข้อง โดยมีระบบให้บริการดั้งนี้

                - KU E-mail
                - KPS E-mail
                - Traffic Nontrinet
                - Noc KPS
                - KUWIN KPS
                - Pirun KPS Web Server
                - LDAP Server 
                      -  VPN
                - บัญชีผู้ใช้งานเครือข่ายนนทรี

              นอกจากนี้ทางศูนย์ยังมีการจัดฝึกอบรมให้กับบุคคลากรที่สนใจให้ได้มีความรู้เพิ่มเติมด้านการใช้อุปกรณ์และเครื่องมือได้อย่างถูกต้องและมีหน้าที่ประกาศหรือแจ้งให้ทราบในข่าวสารข้อมูลต่างๆ
     

            จากที่ได้ยกตัวอย่างของศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสนมานั้น เพราะศูนย์สื่อของที่นี่เป็นสื่อที่ดีและมีคุณภาพ จากการได้เปรียบเทียบจากหน้าที่และความสำคัญของศูนย์สื่อเทคโนโลยีการศึกษาจากบทความข้างต้น ศูนย์นี้เรียกได้ว่าทำหน้าที่ครบทุกข้อ ไม่ว่าจะป็นการให้บริการสื่อการศึกษาทุกประเภท , การผลิตสื่อการเรียนการสอน , เป็นที่เก็บรักษาอุปกรณ์และสื่อต้นฉบับ , จัดกิจกรรมส่งเสริมความรู้เรื่องการให้สื่อให้บุคคลากรของมหาวิทยาลัยเป็นประจำอย่างเสมอมา
            ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศ นี้เป็นศูนย์กลางของระบบสื่อสารสนเทศทั้งหมดของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสนและจัดอยู่ในศูนย์สื่อที่ดีแห่งหนึ่งเลยทีเดียว
         



วันจันทร์ที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2554

ขอต้อบรับสู่บล็อก my photo

สวัสดีเพื่อนๆทุกท่านครับ บล็อกmy photo เขียนขึ้นเพื่อนำเรื่องเล่าการไป trip ต่างๆของผมมาเล่าสู่กันฟัง ให้เพื่อนๆได้ดูได้เห็นโลกให้กว้างขึ้น โดยผมจะเน้นการเล่าเรื่องผ่านภาพถ่ายเป็นหลัก เพราะ "ภาพหนึ่งภาพแทนคำพูดเป็นพันคำ" และโดยส่วนตัวผมเป็นคนชอบการถ่ายภาพมาก เวลาไปไปtrip ที่ไหนหรือมีภาพสวยๆ ก็จะนำมาแบ่งปันกันน่ะครับ

>>>มาอ่าน มาชมภาพกันแล้ว ก็อย่างลืมcomment กันด้วยนร้าครับ 

ปาย อิน เลิฟ >>>ผู้พิชิต 762 โค้ง)))

วันที่ 28 ม.ค.54
ตามลอยภาพยนตร์เรื่องปาย อิน เลิฟ
>>>>>>>เป็นครั้งแรกที่ผมได้มีโอกาสได้ไปที่อำเภอปายจังหวัดแม่ฮ่องสอน อยากจะบอกว่า
อำเภอปายร้อนมากครับ ผมผิดหวังเล็กๆ(เราอุสาห์เอาเสื้อกันหนาวไปซะเยอะ ไม่ได้ใช้เลยครับ)
แต่เป็นธรรมชาติดีครับอยู่ทามกลางหุบเขา สวยงามครับ เช่นเดิมครับ มาปายทั้งทีผมก็มีเวลาน้อยอีก
มาอยู่ได้ไม่ถึงวันกับอีกหนึ่งคืน(มาถึงปายบ่ายๆออกเดินทางเช้ามาก) มีเวลาถ่ายภาพไม่มากเลยภาพส่วนใหญ่จึงไม่มีเวลาที่จะมานั่งปรับอะไรมากมาย เรียกได้ว่าแทบไม่ได้เล็งอะไรเลยครับ คว้ากล้องมาถ่ายแบบรวดเร็ว ไกด์ก็เรียกขึ้นรถไปที่อื่นแล้ว อย่างเช่นที่ coffee in love ผมมีเวลาอยู่ที่นั้น สามสิบนาที
แค่ยืนต่อแถวซื้อกาแฟก็นานแล้ว นั่งดืมอีกแป็ป ถ่ายที่ป้าย coffee in love ได้ภาพเดียว ไกด์เรียกขึ้นรถล่ะ
ผมยังไม่มีเวลาได้ถ่ายรูปวิวอะไรสักเท่าไหร่เลย (ผมล่ะเซ็งมากเลยครับ) ตั้งใจมาเอาพระอาทิตย์สวยๆที่เมืองปายมาฝากเพื่อนสักรูป สองรูปอดเลยครับ  แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่ได้ภาพเลยน่ะครับ ยังได้ภาพสวยๆมาฝากเพื่อนอย่างเดิม แค่ยังถ่ายภาพยังไม่สะใจช่างภาพอย่างผมเท่านั้นเอง  จริงๆผมยังมีเรื่องที่จะเล่าให้เพื่อนๆฝังเยอะเลยครับเกี่ยวกับการไปปายครั้งนี้ แต่บล็อกของเราเป็นล็อกที่อธิบายเล่าเรื่องด้วยภาพมากกว่า ผมก็หยุดการเล่าเรื่องไว้เพียงเท่านี้น่ะครับ  ถึงกระนั้นผมอยากบอกว่าปาย เป็นเมืองที่สวยงามท่ามกลางหุบเขาครับ อยากให้เพื่อนมาเที่ยวกัน
 >>>นำไปชมภาพถ่ายที่ผมนำมาฝากเพื่อนๆกันครับ อย่างคำที่มีคนกล่าวไว้ว่า ภาพหนึ่งภาพแทนคำพูดได้นับพันคำจริงๆๆครับ

ลำแสงยามเช้า

จุดชมวิวเขากิ่วลม

วิวหลังcoffee in love

coffee in love

สะพานประวัติศาสตร์

ลำแม่น้ำปาย

รถไม้คันแรกของไทย

แสงสุดท้าย

ทะเลบนฟ้า

ถนนคนเดินปาย

ถนนคนเดินปาย

ถนนคนเดินปาย

ถนนคนเดินปาย

ถนนคนเดินปาย

สะบายดีปีใหม่"ເມືອງຫຼວງພະບາງ"

>>>ปีใหม่ที่ผ่านมานี้ผมได้มีโอกาสไปเที่ยวที่หลวงพระบาง ประเทศลาว ผมได้ความประทับใจต่างๆกลับมาอย่างมากมายและจะไม่ลืมเมืองนี้ไปชั่วชีวิต เมืองที่เป็นมรดกโลกทั้งเมือง เมืองที่สวยงาม เมืองที่มีแต่ความสุขรอยยิ้ม เมืองที่ชื่อ "หลวงพระบาง"

ก่อนที่เราจะไปชมภาพความประทับใจ ผมขอนำประวัติเมืองหลวงพระบางมาเล่าให้ฟังคราวๆก่อนน่ะครับ


ເມືອງຫຼວງພະບາງ
หลวงพระบางเป็นเมืองเก่าแก่ของอาณาจักรล้านช้าง ตั้งแต่สมัยสถาปนาอาณาจักร ซึ่งแต่เดิมมีชื่อว่าเมืองซวา (ออกเสียงว่า ซัว) และเมื่อ พ.ศ. 1300 ขุนลอ ซึ่งถือเป็น ปฐมกษัตริย์ลาวได้ทรงตั้งเมืองซวาเป็นราชธานีของอาณาจักรล้านช้างและได้เปลี่ยนชื่อเมืองใหม่ว่าเชียงทอง
เมื่อพระเจ้าเจ้างุ้ม (พ.ศ. 1896 - พ.ศ. 1916) เสด็จกลับจากกัมพูชา อันเนื่องจากพระองค์และพระบิดาต้องเสด็จลี้ภัยเพราะถูกขับไล่จากกษัตริย์ องค์ก่อน ซึ่งแท้จริงก็คือพระอัยกาของเจ้าฟ้างุ้มนั่นเอง เจ้าฟ้างุ้มทรงรวบรวมกำลังขณะอยู่ในเสียมเรียบ และนำกองทัพนับพันกำลังเพื่อกู้ราชบัลลังก์กลับคืน และสถาปนาอาณาจักรขึ้น ต่อมาในสมัยพระโพธิสารราชเจ้าพระองค์ได้อาราธนาพระบางซึ่งเดิมประดิษฐานอยู่ที่เมืองเวียงคำ ขึ้นมาประดิษฐานอยู่ที่เมืองเชียงทองอันเป็นนครหลวง เมืองเชียงทองจึงถูกเรียกว่า หลวงพระบาง นับแต่นั้นมา

(บรรยากาศมุมสูงของเมืองหลวงพระบาง)

ไกด์เล่าให้ผมฟังว่า เมืองหลวงพระบางเป็นเมืองที่อยู่กลางหุบเขาคือมีเทือกเขาล้อมรอบและมีแม่น้ำสองสายไหลผ่านคือ แม่น้ำโขงและแม่น้ำคาน มีเขาหนึ่งลูกอยู่ใจกลางเมืองซึ่งเป็นที่ประดิษฐานพระธาตุที่ศักดิ์สิทธิ์ ชื่อ พระธาตุพูสี ซึ่งสวยงามมาก

(พระธาตุพูสีพระธาตุศักดิ์สิทธิ์แห่งเมืองหลวงพระบาง)


การเดินทางของผมไปทางเรือโดยขึ้นเรือจากฝั่งไทยที่เชียงของล่องตามน้ำไปสู่หลวงพระบางโดยใช้เวลาหนึ่งวันเต็มๆ ระหว่างทางก็จะได้ชมวิวทิวทัศน์ของแม่น้ำโขงที่สวยงามเป็นธรรมชาติทั้งฝั่งไทยและลาว

(เรือล่องแม่น้ำโขง)
  การไป tripหลวงพระบางของผมในครั้งนี้ไปสี่วัน แต่ได้อยู่หลวงพระบางแค่สองวันกับหนึ่งคืน(ยังถ่ายรูปได้ไม่หน่ำใจเลยก็ต้องกลับซะแล้ว) เพราะเวลาส่วนใหญ่ต้องล่องเรือ ซึ่งมันเป็นเวลาที่น้อยไป ผมเที่ยวในเมืองหลวงพระบางยังไม่สะใจเลย (ยังไม่มีเวลาเช่าจักรยานปั่นรอบเมืองเลย) ถ้าอยากเที่ยวเมืองหลวงพระบางแบบเต็ม ได้ดื่มด่ำธรรมชาติ ได้ดูวิถีชีวิตของชาวเมืองแบบเต็มๆ ต้องมาอยู่ที่นี้สักหนึ่งอาทิตย์ครับ แต่ด้วยเวลาที่จำกัดของผมจึงต้องจำใจลาจากเมืองนี้ไปอย่างน่าเสียดาย

>>> เอ่อ เมืองหลวงพระบางก็มีสนามบินน่ะครับจากสุวรรณภูมิก็มี ใครไม่อยากเสียเวลาเดินทางก็มาเครื่องบินจะสะดวกมากครับ(ประหยัดเวลาด้วย)  ไกด์แนะนำอย่างมาทางรถน่ะครับเพราะทางไม่ดีโค้งไปโค้งมา ใช้เวลาเป็นวันเลยกว่าจะถึงเพราะเพื่อนๆต้องนั่งจากเวียงจันทน์มา(ลำบากมากครับจริงๆ)
ใครที่ไม่นั่งเครื่องบินมา แนะนำว่านั่งเรือจากเชียง เชียงราย อย่างผมไปจะดีกว่าถึงจะใช้เวลาเป็นวันๆอยู่บนเรือแต่เพื่อนๆจะสนุกและไม่เบื่อเลยครับ ทุกท่านจะเหมือนถูกสะกดด้วยมนตราธรรมชาติแห่งแม่น้ำโขงและตลอดสองฝั่งแม่น้ำ(ผมว่าเสียเวลาแต่คุ้มมากจริงๆครับ)

>>สุดท้ายนี้ก่อนที่ผมจะพาทุกท่านไปชมรูปความประทับใจแบบเต็มๆที่ได้คัดเลือกมาให้ดูเป็นบางส่วนนั้น(ที่นำมาบางส่วนนั้นเพราะจะอัพให้ทุกชมทุกภาพคงไม่ไหวDDเยอะเกิน55)ผมอยากเชิญชวนทุกท่านให้เที่ยวเมืองหลวงพระบาง เพราะครั้งหนึ่งในชีวิตที่ท่านได้มาที่นี่  มันจะเป็นภาพความประทับใจที่จะติดอยู่ในความทรงใจของทุกท่านอย่างไม่มีวันลืม!!!!!!!!!!!!!!


(ดวงอาทิตย์อัสดงแรกของปี 2554)

  (บรรยากาศผู้คนถ่ายดวงอาทิตย์ตกในวันฟ้าแรกของปี)
 

(สองฝั่งโขง)
 
(ไกด์ลาวสาวสวย น้อยและคำล่า)
(วิถีชีวิตชาวเมืองหลวงพระบาง)